ครอบแก้วแก้ปวดหลัง รักษาอาการปวดหลังด้วยแพทย์แผนจีน

เลือกอ่านหัวข้อที่ต้องการเกี่ยวกับการครอบแก้วแก้ปวดหลัง

เชื่อว่าหลายคนน่าจะเคยได้ยินศาสตร์การรักษาของแพทย์แผนจีนมาบ้างแล้ว ซึ่งส่วนใหญ่เราก็จะนึกถึงเฉพาะการฝังเข็ม การนวด หรือการปรุงยาเท่านั้น แต่ถ้าคุณกำลังประสบปัญหาเกี่ยวกับอาการปวดหลังหรืออาการอักเสบ เราขอแนะนำให้รักษาด้วยวิธีครอบแก้วแก้ปวดหลัง อีกหนึ่งทางเลือกการบำบัดที่จะเพิ่มประสิทธิภาพในการหมุนเวียนโลหิต เพิ่มสมดุลให้กับร่างกาย และกระตุ้นระบบประสาทให้ดียิ่งขึ้น แล้วการครอบแก้วลดจะอาการปวดหลังได้อย่างไร?

cupping for back pain

รู้จักครอบแก้ว คืออะไร?

การครอบแก้ว หรือ Cupping Therapy เป็นวิธีการรักษาที่ได้รับอิทธิพลมาจากศาสตร์ทางเลือกของแพทย์แผนจีน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในวิธีบำบัดที่กระตุ้นการไหลเวียนของโลหิตได้ดีที่สุด โดยจะใช้ถ้วยแก้วที่มีความร้อนวางตามจุดต่างๆ บนร่างกาย ซึ่งความดันอากาศภายในจะดูดผิวหนังและกล้ามเนื้อขึ้นมา มีส่วนช่วยในการขจัดเลือดคั่ง สลายบวม ลดการอักเสบ รวมถึงอาการปวดหลังได้อีกด้วย อย่างไรก็ตาม ขอบเขตและระยะเวลาในการรักษาจะขึ้นอยู่กับการวินิจฉัยของแพทย์และอาการในแต่ละราย

ครอบแก้วสามารถรักษาโรคอะไรได้บ้าง?

การรักษาด้วยวิธีการครอบแก้วจะเหมาะกับผู้ป่วยที่มีอาการเลือดลมไม่ค่อยดี มักปวดเมื่อยตามจุดต่างๆ หรือมีปัญหาเกี่ยวกับการไหลเวียนของโลหิต การบำบัดจึงต้องใช้ถ้วยแก้ววางตามจุดต่างๆ ซึ่งต้องอยู่ภายใต้การดูแลและดุลยพินิจของแพทย์ที่มีความเชี่ยวชาญเท่านั้น โดยวิธี Cupping Therapy ส่วนใหญ่จะใช้รักษาโรคดังต่อไปนี้

  • โรคระบบหมุนเวียนเลือด: ความดันโลหิตสูง, โลหิตจาง, โรคหัวใจขาดเลือด
  • โรคสตรี: ปวดประจำเดือน, ตกขาว, ประจำเดือนมาไม่ปกติ
  • โรคระบบทางเดินหายใจ: หอบหืด, ปอดอักเสบ, ภูมิแพ้อากาศ
  • โรคระบบทางเดินอาหาร: กระเพาะอักเสบ, กรดเกินในกระเพาะอาหาร
  • โรคระบบประสาทและกระดูก: ปวดไมเกรน, ปวดหลัง, ปวดตามข้อต่างๆ

ครอบแก้วช่วยรักษาอาการปวดหลังได้อย่างไร?

อาการปวดหลังเป็นโรคที่ส่วนใหญ่มักเกิดจากพฤติกรรมของเราเองในชีวิตประจำวัน เช่น การนั่งอยู่บนโต๊ะทำงานหรือใช้เวลาไปกับคอมพิวเตอร์ที่นานเกินไป ซึ่งการครอบแก้วแก้ปวดหลังก็นับเป็นอีกหนึ่งวิธีรักษาที่ได้ผลเร็วและตรงจุด เพราะศาสตร์แพทย์แผนจีนได้ระบุเอาไว้ชัดเจนมากๆ ว่าความร้อนจากไฟที่ใช้ขณะครอบแก้วนั้น จะไล่ความเย็นที่เส้นลมปราณให้หมดไปอย่างรวดเร็ว ซึ่งความเย็นนี่เองที่ทำให้การไหลเวียนของลมปราณและเลือดติดขัด เมื่อความเย็นหายไปความปวดก็จะหายไปเช่นกัน

การรักษาด้วยครอบแก้วทำอย่างไร? มีขั้นตอนอย่างไร?

การรักษาด้วยวิธีครอบแก้วจะเริ่มจากการนำแก้วสีใสที่ปลอดเชื้อมาไล่อากาศภายในแก้วออกให้หมด โดยจะใช้ความร้อนมาลดความดันของอากาศที่อยู่ในแก้ว ส่งผลให้เกิดสภาวะที่เรียกว่าสุญญากาศแบบสมบูรณ์ โดยแพทย์จะเริ่มวางแก้วลงบนผิวหนังตามจุดต่างๆ ด้วยลักษณะที่แตกต่างกันดังต่อไปนี้

  • ครอบแก้วทิ้งไว้: รักษาอาการปวดเฉพาะที่ ปวดจากความเย็น เหมาะกับการครอบแก้วแก้ปวดหลัง
  • ครอบแก้วแบบเคลื่อนไหวหรือเดินถ้วย: รักษาอาการปวดจากลมปราณติดขัด และกลุ่มอาการชาต่างๆ
  • ครอบแก้วแบบดึงเร็ว: รักษาอาการชา อาการปวด รวมไปถึงสมรรถภาพทางร่างกาย
  • ครอบแก้วที่ใช้คู่กับเข็มปลอดเชื้อ: รักษาโรคฝีหนอง โรคไฟลามทุ่ง และอาการเคล็ดขัดยอด
  • ครอบแก้วที่ใช้คู่กับการฝังเข็ม: เป็นการรักษาที่จะสนับสนุนประสิทธิภาพของการครอบแก้วและฝังเข็ม

สีของครอบแก้วบอกอะไรเราได้บ้าง?

สีจากการครอบแก้ว คือรอยจ้ำที่มีลักษณะเป็นวงกลมตามรอยของถ้วยแก้ว ซึ่งภายหลังจากที่คุณรักษาแล้ว ตรงบริเวณผิวหนังจะปรากฏรอยจ้ำสีชมพูระเรื่อไปจนถึงสีแดงคล้ำ โดยความแตกต่างของสีนี่เองสามารถนำไปวัดระดับอาการปวดในแต่ละจุดได้ และถ้าสียิ่งมีความเข้มมากเท่าไหร่ ความเจ็บปวดก็ยิ่งเพิ่มขึ้นเท่านั้น

  • สีชมพูอ่อน: ระบบไหลเวียนโลหิตเป็นปกติ สุขภาพแข็งแรงดี
  • สีแดง: ภายในร่างกายมีเริ่มมีความร้อย ระบบเริ่มทำงานหนัก ปวดเมื้อตามร่างกาย
  • สีแดงสด: ระบบไหลเวียนโลหิตเริ่มติดขัด พบอาการปวดกล้ามเนื้อเรื้อรัง
  • สีซีด: ระบบการทำงานในร่างกายบกพร่อง ลมปราณและเลือดทำงานได้น้อยลง
  • สีคล้ำ: พบความเย็นสะสมในลมปราณ ส่งผลให้เกิดภาวะเลือดคั่ง
  • มีรอยจุดสีคล้ำๆ: เกิดความเย็นสะสมเป็นวงกว้าง เกิดภาวะเลือดคั่งตามจุดต่างๆ

ก่อนรักษาด้วยการครอบแก้วต้องเตรียมตัวอย่างไรบ้าง?

ก่อนเข้ารับการรักษาด้วยวิธีการครอบแก้วแก้ปวดหลัง คุณจะต้องปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์อย่างเคร่งครัด เช่น รับประทานอาหารให้ครบทุกมื้อ ควรทานมาก่อนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะถ้าอาหารยังไม่ย่อยหรือทานอิ่มจนเกินไปก็อาจเป็นอุปสรรคในการรักษาได้ อย่างไรก็ตามถ้ามีโรคประจำตัวก็สามารถทานยาได้ตามปกติ

วิธีปฏิบัติตนหลังรับการรักษาด้วยครอบแก้ว

เพื่อให้การครอบแก้วเกิดประสิทธิภาพสูงที่สุด ผู้รักษาต้องยอมหลีกเลี่ยงพฤติกรรมบางอย่างที่เคยใช้ในชีวิตประจำวันที่อาจส่งผลเสียต่อการรักษาในอนาคต พยายามปฏิบัติตามคำแนะนำของแพทย์และหมั่นตรวจเช็คตัวเองอย่างสม่ำเสมอ

  • หลังจากครอบแก้วทันที ควรงดการอาบน้ำหรือตากแอร์เย็นเป็นเวลาอย่างน้อย 2 ชั่วโมง
  • ไม่ควรดื่มน้ำเย็นจัด ควรบริโภคเฉพาะน้ำอุ่นเป็นเวลาอย่างน้อย 1 วัน
  • ควรพักผ่อนทันทีหลังที่เข้ารับการรักษา เพราะการครอบแก้วบางครั้งจะทำให้ร่างกายอ่อนแอ
  • หากพบอาการผิดปกติให้รีบมาพบแพทย์ในทันที

สรุปการรักษาอาการปวดหลังด้วยการครอบแก้ว

การครอบแก้ว (Cupping Therapy) เป็นหนึ่งในการรักษาจากแพทย์แผนจีนที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก มีส่วนช่วยในการกระตุ้นการไหลเวียนของโลหิต ลดอาการอักเสบ และสามารถรักษาอาการปวดได้เป็นอย่างดี ไม่ว่าจะเป็นบริเวณช่วงหลัง บ่า หรือเอว ที่ผู้รักษาส่วนใหญ่มักได้รับผลกระทบจากการนั่งทำงานบนโต๊ะเป็นเวลานาน การครอบแก้วแก้ปวดหลังจะเข้ามาช่วยสลายการติดขัดและทำให้เลือดไหลเวียนได้ดียิ่งขึ้น โดยรอยจ้ำจะเริ่มหาไปเองในเวลา 5-7 วัน และการรักษาจะต้องอยู่ภายใต้การดูแลและดุลยพินิจของแพทย์เท่านั้น
Form Recovery Team Photo at Clinic

รักษาอาการปวดหลังด้วยการครอบแก้วที่ Form Recovery and Wellness

การรักษาอาการปวดหลังด้วยการครอบแก้วที่ Form Recovery and Wellness จะเริ่มต้นด้วยการตรวจร่างกายเพื่อหาสาเหตุและตำแหน่งของอาการปวดที่แท้จริงเพื่อประเมินวิธีการและระยะเวลาการรักษา ก่อนทำการรักษาจะมีการอธิบายขั้นตอนการรักษาและผลที่อาจเกิดขึ้นหลังทำให้กับคนไข้ได้รับทราบ จากนั้นจึงเริ่มการรักษา โดยการครอบแก้วแก้ปวดหลังที่ Form Recovery and Wellness จะมีขั้นตอนทั้งหมดสามขั้นตอน โดยเริ่มจากการกระพริบแก้ว จากนั้นเพิ่มความผ่อนคลายด้วยน้ำมัน และจบที่ขั้นตอนสุดท้ายด้วยการทำการครอบแก้วทิ้งไว้ 5-7 นาที เพื่อปรับการไหลเวียนโลหิต ลดอาการปวด กระตุนกล้ามเนื้อใก้กลับมาทำงานได้ดีขึ้น และ กระตุ้นการทำงานของอวัยวะภายในให้เกิดความสมดุลของร่างกาย เพื่อเร่งการฟื้นฟูร่างกายให้ดีขึ้น เมื่อจบขั้นตอนของทรีทเมนท์แล้วเราจะอธิบายสีของครอบแก้ว แนะนำวิธีปฏิบัติตัวหลังจากครอบแก้วเสร็จ และข้อควรระวังหรือสิ่งที่อาจจะเกิดขึ้นได้หลังทำ คนไข้จึงมั่นใจได้ว่าจะได้รับข้อมูลครบถ้วนจากแพทย์แผนจีนของเรา

นอกจากครอบแก้วแล้วที่ Form Recovery and Wellness ยังทำการรักษาอาการปวดหลังควบคู่กับการทำกายภาพบำบัด เนื่องจากการทำกายภาพบำบัดจะสามารถสร้างกล้ามเนื้อและปรับสรีระร่างกายด้วยการออกกำลังกาย หรือ Mannual therapy ต่างๆ เพื่อให้การทำงานของร่างกายแข็งแรงมากขึ้น และเคลื่อนไหวได้ดียิ่งขึ้น ซึ่งทำให้การรักษาอาการปวดหลังมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นนั่นเอง

Get in Touch

5 Stars4.9based on 350+ Reviews