Form Recovery and Wellness ปิดทำการตั้งแต่วันที่ 14-15 เมษายน 2567 ในเทศกาลสงกรานต์ คุณสามารถกรอกข้อมูล และเราจะเร่งติดต่อกลับโดยเร็วในวันที่ 16 เมษายน 2567 คลิกที่นี้

ไลฟ์สไตล์ของคุณส่งผลให้อาการปวดไหล่ของคุณแย่ลงได้อย่างไร (และเราจะลดอาการปวดได้อย่างไร….)

ในบางครั้งมันอาจจะยากที่จะสังเกตุว่าตัวคุณเองนั้นมีไลฟ์สไตล์อะไรที่ไม่ดีและส่งผลต่อร่างกายของคุณ เพราะว่า ใช่! มันคือไลฟ์สไตล์ของคุณ 

ชีวิตประจำวันของคุณนั้นคุณรู้ดีอยู่แล้วว่าคุณมีอย่างอย่างที่คุณจะต้องทำเป็นประจำ เช่น การอ่านหนังสือก่อนนอน, การเล่นแท็บเล็ต หรือ การออกรอบเล่นกอล์ฟในช่วงวันหยุดสุดสัปดาห์

จะเกิดอะไรขึ้นถ้าเราบอกคุณว่าทุกอย่างที่ได้กล่าวไปนั้นสามารถส่งผลให้อาการปวดคอ, บ่า และไหล่ที่คุณมีเพิ่มมากขึ้นได้? การเคลื่อนไหวที่เกิดเหล่านั้นเป็นสาเหตุของการเกิดแรงที่กระทำต่อคอ,บ่า และ ไหล่โดยไม่จำเป็น, แล้วถ้าหากคุณปล่อยให้อาการปวดเกิดขึ้นในวันต่อไปด้วยหล่ะ?

เดี๋ยวฉันจะให้คำแนะนำเล็กน้อยที่มีประโยชน์ต่อคุณที่จะช่วยลดอาการปวดที่เกิดขึ้นในกิจวัตรประจำวันของคุณ

อย่างแรกเลยเมื่อคุณตื่นนอนอย่าลืมที่จะยืดร่างกายของตัวคุณเอง ฉันรู้ว่าสิ่งนี้ฉันพูดอยู่บ่อยๆ แต่มันเพราะว่าการยืดร่างกายนั้นเป็นสิ่งที่ผู้คนมักจะมองข้าม 

ลองจินตนาการแบบนี้ มีคนอยู่คนหนึ่งอยู่ตรงนี้ที่เดิมเป็นเวลา 8 ชั่วโมง, โดยที่ไม่ค่อยได้ขยับ คุณคิดว่าเขาควรได้รับการยืดกล้ามเนื้อหลังจากนั้นหรือไม่?

ฉันขอเดิมพันเลยว่าคำตอบของคุณคือ ใช่! อย่างแน่นอน

คุณอาจจะตื่นแล้วในตอนเช้า แต่ข้อต่อของคุณยังไม่ตื่น มันเหมือนกับการออกไปวิ่งโดยที่ไม่ได้ทำการวอร์มอัพ ด้วยเหตุนี้แหละการยืดร่างกายเพียงเล็กน้อยเพียงไม่กี่นาทีก่อนที่จะเริ่มกิจวัตรประจำวันของคุณมันคงดีกว่าการที่คุณไม่ได้ทำอะไรเลย 

การเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือ แท็บเล็ตถือเป็นหนึ่งในกิจกรรมที่ส่งผลแย่ที่สุดต่ออาการปวดคอ, บ่า และไหล่อย่างมาก ใช่การเล่นโทรศัพท์มือถือ หรือ แท็บเล็ตสามารถส่งผลต่อคอได้เช่นกัน, แต่อาการปวดส่วนใหญ่เริ่มจากคอและจะเริ่มลามไปที่ไหล่

ฉันเข้าใจว่าคุณต้องคอยเช็คอีเมล์บนแท็บเล็ตของคุณ, หรือ ต้องคอยตอบแชทในโทรศัพท์ของคุณแต่เรานั้นใช้เวลากับมันหลายชั่วโมงต่อวันซึ่งการอยู่ในท่าทางนั้นเป็นท่าทางที่ขัดธรรมชาติต่างร่างกาย

ตั้งแต่การที่ศีรษะของคุณต้องก้มลงเพื่อมองไปที่อุปกรณ์เหล่านี้สามารถส่งผลให้เกิดท่าทางไม่ดีและทำให้ตัวงอได้ สิ่งที่คนส่วนใหญ่นั้นไม่รู้คือการที่ศีรษะของคุณนั้นจะตั้งอยู่ในระดับที่ตั้งตรงอยู่ในแนวที่หูและไหล่นั้นตรงกัน 

ทันทีที่คุณเริ่มก้มศีรษะลงมานั้นร่างกายของคุณนั้นก็เริ่มที่จะสามารถเกิดอาการตึงบริเวณคอ, บ่า และ ไหล่ได้

พวกเราแนะนำว่าคุณควรใช้โทรศัพท์มือถือของคุณประมาณ 10 นาทีต่อครั้งเพื่อหลีกเลี่ยงแรงที่เกิดบริเวณ คอ, บ่า และไหล่โดยไม่จำเป็น สำหรับอุปกรณ์อื่นๆ ปัจจุบันเรามีอุปกรณ์เสริมเยอะมากที่บางครั้งอย่างที่วางสามารถช่วยให้คุณอยู่ในท่าทางที่ดีได้ ซึ่งมันดีมาก! 

เคล็ดลับคือคุณต้องใช้ประโยชน์จากมันเพื่อปรับให้มันเข้ากับระดับสายตาของคุณ คือคุณต้องปรับขาตั้งไม่ใช่ศีรษะของคุณ!

นอกจากนี้ยังมีเรื่องของการอ่านหนังสือตอนกลางคืนด้วย ฉันเข้าใจว่าการอ่านหนังสือตอนกลางคืนบางทีเป็นนิสัยที่ติดมากตั้งแต่ตอนเด็ก ซึ่งเป็นนิสัยที่ดี แต่สำหรับร่างกายของคุณมันอาจส่งผลต่อท่าทางของคุณได้

อีกปัญหาหนึ่งที่มาจากการอ่านหนังสือในตอนกลางคืนคือการถือหนังสือนั่นเอง มันไม่ใช่สิ่งที่คุณนำมาคิดหรอก แต่การถือหนังสือจริงๆแล้วส่งผลให้กล้ามเนื้อมีการตึงได้ 

ไม่เพียงแค่นั้นแต่คอของคุณนั้นจะเกิดการตึงตัวขึ้นด้วยเนื่องจากคุณพยายามจะตั้งคอให้ตรงเพื่อที่จะอ่านหนังสือ ตอนนี้คุณต้องคิดแล้วว่าคุณอ่านหนังสือในท่าทางแบบนั้นเป็นเวลานานขนาดไหน กี่ครั้งที่คุณพูดว่า “ขออีกบทนึง” ก่อนที่คุณจะเลิกอ่าน?

ฉันชอบนิสัยแบบนี้มาก ฉันจึงแนะนำให้คุณทำมันต่อไป แต่คุณควรจะนั่งอยู่ในท่าเดิมเป็นเวลาเพียงแค่ 20 นาทีเท่านั้น 

อีกวิธีหนึ่งที่ดีคือการที่คุณจะคอยสังเกตุตัวเองว่าอาการปวดคอ, บ่า และไหล่ของคุณที่เกิดขึ้นระหว่างวันมักจะเกิดขึ้นช่วงไหน มันเกิดขึ้นตอนที่คุณถือของตอนช้อปปิ้ง, หรือในขณะที่คุณนั่งทำงาน, หรือขณะที่คุณทำการออกกำลังกาย?

ถ้าคุณนึกออกแล้วว่ามันเกิดขึ้นตอนไหนหลังจากนั้นให้โฟกัสที่จะทำให้ศีรษะของคุณตั้งตรงและหูของคุณอยู่แนวเดียวกับไหล่ สิ่งนี้คือเคล็ดลับที่ดีที่สุดที่ฉันรู้และถ้าคุณพยายามทำมันมากเท่าที่จะทำได้ในกิจวัตรประจำวันของคุณคุณจะเริ่มสังเกตุเห็นความเปลี่ยนแปลงในแต่ละวัน 

แต่ถ้าหากคุณต้องการหาวิธีที่เร็วกว่านั้นเพื่อที่จะลดอาการปวดคอ, บ่า และไหล่ คุณสามารถดาวน์โหลดเคล็ดลับได้ที่ตรงนี้

อ่านเพิ่ม

Get in Touch

5 Stars4.9based on 350+ Reviews